สถานีต่อไปของเฮียหลา?

ถึงท้องนาทีนี้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งหมด 26 ประตู จากการลงเล่นทั้งปวง 41 นัดในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นการถล่มตาข่ายในพรีเมียร์ลีก 15 ประตู
อืมมมมิลลิเมตร..ทำลายตาข่ายเสียจนถึงหมดสิ้นขนาดนี้ จัดว่าจำนวนมากสำหรับกองหน้าที่แก่ 35 ขวบเข้าให้แล้ว
ก่อนเปิดฤดูกาล ดาวยิงวัยแก่ผู้นี้ถูกดูแคลนจากนักวิจารณ์ลูกหนังระดับโปรไลบวงสรวงว่าจะเจอกับความยากแค้นที่สุดในอาชีพกิจการค้าแข้ง เพราะว่าตรงนี้เป็นพรีเมียร์ลีก – สมรภูมิแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วรวมทั้งหนักหน่วงบนอัตราความฮาร์ดคอร์มากที่สุดในเมืองมนุษย์
ช่วงนี้ไม่ว่าใครที่เคยหมิ่นประมาทเขาเอาไว้ดูเหมือนโดนสตั๊ดของ "อิบรา" ยัดปากไปเป็นที่เป็นระเบียบ
ทีนี้ทดลองคิดเล่นๆ(ย้ำว่าคิดเล่นๆครับ) โดยเอาผลจากการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำแต้มหลักๆมาหักปริมาณประตูที่เขายิงได้ในแมตช์นั้นออกไป
ประมาณว่าถ้า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ยิงประตูสำคัญในเกมที่เขายิงได้ ผลจากการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาเป็นยังไงนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) เสมอ สวอนซี 1-1 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1) แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (ยิง 1 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1) เสมอ เวสต์บรอมฯ 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1)
มองเห็นไหมขอรับว่าถ้าพี่แกไม่ยิงหรือยิงมิได้ คะแนนของทีมสีแดงที่แมนเชสเตอร์จะหายวับไปกับตาถึง 10 แต้มเลยทีเดียว!
ส่วนนัดชิง อีเอฟแอล คัพ ที่อดีตกาลดาวยิงทีมชาติประเทศสวีเดนทำผู้เดียว 2 ดอก แม้กระนั้นหากพี่แกยิงมิได้ แมนฯ ยูไนเต้ด ก็จะแพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 1-2 รวมทั้งชวดแชมป์ไปเลยนี่เป็นจุดสำคัญของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เขาเป็นผู้เล่นจำพวกห้ามเจ็บไข้ ห้ามพัก รวมทั้งห้ามถูกลักพาตัวไปไหนเด็ดขาด เพราะว่าเวลาหายไป มิได้ลงสนาม "เด็กผี" จะนึกถึงพี่แกอย่างควรหนัก เฉพาะอย่างยิ่งหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ชนะด้วยล่ะก็ อัตราการนึกถึงจะพุ่งทะยานถึงขั้นทะลักจุดแตก ยกตัวอย่างเกมที่แพ้ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ นัดอย่างไรอย่างไรก็ตาม จุดนี้นับว่าเป็นดาบสองคม เพราะว่าการผูกขาดทำแต้มให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แทบจะคนเดียวบางทีอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่
นับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก "อิบรา" กระหน่ำได้สูงสุดเป็น 15 ประตู รองลงมาเป็น ฆวน มาต้า 6 ประตู, ปอล ป๊อกบา 4 ประตู, เฮนริค มคิทาร์ยาน, อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล รวมทั้งมาร์คัส แรชฟอร์ด 3 ประตู ระหว่างที่ เวย์น รูนี่ย์ พึ่งยิงได้แค่ 2 ประตูเท่านั้นเองดูเหมือน โชเซ่ มูรินโญ่ จะเกรงใจดาวเตะผู้นี้มากมายเสียด้วยครับ
เป็นถ้าไม่เจ็บ-ไม่แบน เขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงโดยอัตโนมัต เว้นเสียแต่บางเกมที่ผู้เป็นนายใหญ่อยากได้ให้พักน่องหรืออยากได้จัดผู้เล่นชุดสองลงสนามบ้างที่สำคัญเป็นถ้าได้ลงตัวจริงแล้ว ไม่เคยถูกสลับตัวออกอีกต่างหาก
ถึงแม้ว่าจะเล่นไม่ดี-ทำฟอร์มตก หรือทำตัวไม่มีประโยชน์ ผู้ครอบครองสมญา "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะไม่มีทางสลับตัวเขาออกมาจากสนาม เหมือนหนึ่งกลัวโดนกระทืบ!
เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ในบ้านตนเอง ดาวเตะที่เพื่อนพ้องร่วมทีมเรียกสั้นๆว่า "เฮียหลา" โชว์ฟอร์มได้แย่สิ้นดีครับ ขนาดสังหารจุดโทษยังโดนเซฟเลย ชาวบ้านก็แลเห็นกันทั้งบางว่าเล่นไม่ได้เรื่อง แม้กระนั้น "มูมู่" กลับปลดปล่อยให้ท่านพี่เขาทำตัวไร้ประโยชน์บนฟลอร์ต้นหญ้าจนถึงครบ 90 นาที โดยเลือกถอดผู้อื่นออกแทนซะอย่างนั้น
เข้าใจว่าทั้งสองคงทำข้อตกลงกันเอาไว้ หรือไม่ก็เพราะว่าความเกรงอกเกรงใจ แม้คำว่า "เกรงใจ" จะไม่ใส่อยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษรวมทั้งพจนานุกรมส่วนตัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ตาม
เป็นไปได้ที่ภายหลังจากหมดสัญญากับ เปแอสเช "อิบรา" บางทีอาจไม่ได้คิดอยากจะขายวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดงตั้งแต่ต้น แม้กระนั้นเป็นเพราะว่าถูกเจ้านายเก่าอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ร้องขอ หรือบางทีอาจเคยมีบุญคุณกันมาก่อน เจ้าตัวเลยยอมเลื้อยก้นมาอยู่ร่วมกันที่โรงแสดงละครที่ความฝัน
โน่นบางทีอาจเป็นเหตุผลที่กล่าวว่าเพราะเหตุใด กุนซือวัย 54 กะรัตถึงเกรงใจผู้ร่วมทีมคนนี้เป็นพิเศษ โดยส่งลงเป็นตัวจริงทุกนัด แถมไม่เคยถูกสลับตัวออก เพื่อเป็นการทดแทนถ้าเป็นลูกก็นับว่าเป็นลูกคนโปรดที่ถูกตามใจจนถึงกลายเป็นนิสัยเลยทีเดียว
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จึงไม่ได้ต่างอะไรจาก "อภิสิทธิ์ชน" ในทีมภูติผีปีศาจสามแง่ง ซึ่งจัดว่าผิดหลักการปกครองอย่างหนัก เนื่องมาจากบางทีอาจทำให้เกิดปัญหาการรู้สึกอกน้อยใจขึ้นในทีม
ในขณะที่ที่จริงแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีมที่มีความเด็ดขาดมากมายครับ เขาไม่มีทางปลดปล่อยให้ผู้ร่วมทีมยิ่งใหญ่กว่าตนเองอย่างแน่นอน ไม่ว่าดาวเตะคนนั้นจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม
กาลครั้งหนึ่งสมัยเป็นกุนซือของ เชลซี – ผู้ครอบครองทีมอย่าง "อาเสี่ยหมี" อุตส่าห์ยัดเยียดสุดยอดดาวยิงค่าตอบแทน 30 ล้านปอนด์อย่าง อังเดร เชฟศาสนาเชนเก๋ มาให้ โดยมีข้อต่อรองว่าจำเป็นต้องส่งลงสนาม แม้กระนั้น "เชว่า" กลับงัดฟอร์มกระฉูดแตกออกมาไม่สำเร็จจนถึงกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวมากพอเป็นเหตุให้ผู้จัดการทีมกับผู้ครอบครองทีมจำเป็นต้องแตกหักกัน
ดาวถล่มตาข่ายของสิงห์บลูส์อย่าง ดิเอเก๋ คอสต้า หรือขาใหญ่ของ เชลซี อย่าง จอห์น เทอร์รี่ ก็ด้วยเหมือนกันที่ไม่เคยได้รับอภิสิทธิ์พิเศษจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ท้ายที่สุดตนเองเลยโดนผู้ร่วมทีมคิดคดทรยศจนถึงโดนถีบกระเด็นตกเก้าอี้ผู้จัดการทีมมาแล้ว
รวมทั้งโดยไม่เว้นแม้กระทั้งผู้ร่วมทีมในขณะนี้อย่าง ฆวน มาต้า ที่เคยถูกลอยแพออกมาจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้จะมาหายใจร่วมกันอีกครั้งในชุดแต่งกายภูติผีปีศาจแดงรวมทั้งท้องนาทีนี้ แม้กระนั้นหากพินิจให้ดี คุณจะพบว่า "เดอะ สเปเชี่ยล ฆวน" เป็นผู้เล่นคนแรกที่ชอบถูก "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" สลับตัวออกเป็นคนแรกอยู่เสมอ
จึงพอจะสรุปได้ว่า "มูมู่" ไม่เคยก้มหัวให้ผู้ร่วมทีมคนไหนกัน เว้นเสียแต่ "พี่หลา" เพียงคนเดียวที่จัดอยู่ในจำพวก "ห้ามแตะ" เป็นกรณีพิเศษ
ผมเข้าใจ โชเซ่ มูรินโญ่ ครับ เข้าใจว่าเฮียแกคงมีบางสิ่งบางอย่างที่ลึกซึ้งแบบสุดหูรูดกับ "อิบรา" โดยที่ชาวบ้านทั่วไปไม่เคยรู้ หรือบางครั้งมันบางทีอาจเป็นข้อแม้พิเศษที่กำหนดเอาไว้ในคำสัญญาที่ทำไว้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นได้ มันบางทีอาจเป็น "ข้อแม้" ที่ทำให้ดาวเตะผู้นี้ยอมขายวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดงอะไรราวๆนั้น
สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือไม่ใช่ทุกนัดที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช บนวัย 35 ขวบจะระเบิดฟอร์มสุดยอดพลางกระแทกตาข่ายได้ตลอด
บ่อยมากที่เขาหวงบอลมากเกินความจำเป็น บ่อยมากที่เขาทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก รวมทั้งบ่อยมากที่ออกอาการรำคาญ หรือชักสีหน้าใส่เพื่อนพ้องร่วมทีมที่ดันเล่นไม่ถูกจิตใจ
เหมือนกันกับบางนัดที่สมต้องเป็นผู้เล่นสำรองบ้าง หรือถูกสลับตัวออกบ้างก็ได้ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันใช้งานอย่างสม่ำเสมอตลอด 90 นาทีในทุกๆนัด
ถึงช่วงนี้ "อิบรา" ยังมิได้ต่อสัญญาใหม่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ครับ แถมฤดูกาลหน้าอายุเขาจะมากขึ้นอีก 1 ปี ซึ่งสำหรับกองหน้าวัย 36 ขวบ ยังไงสภาพร่างกายก็จำเป็นต้องเสื่อมถอยลงไปตามธรรมชาติ จึงไม่มีทางรักษามาตรฐาน หรือเล่นดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอนแค่นี้ยังไม่เพียงพอ
มันยังเดาได้ไม่ยากว่าฤดูกาลหน้ายังไง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องหากองหน้าดาวถล่มประตูตัวใหม่ที่สดกว่ามาเสริมทัพแน่นอน
หากต้องการยืดคำสัญญาออกไปอีก 1 ปี บางครั้ง "เฮียหลา" บางทีอาจจำเป็นต้องเห็นด้วยเรื่องจริงข้อนี้ เหมือนกันกับยอมรับสภาพการดำเนินชีวิตบนม้านั่งสำรองเป็นลำดับที่สองรองจากผู้อื่นปัญหาเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในวันที่แก่ 36 จะยอมรับสภาพการเป็นผู้เล่นสำรองได้หรือเปล่า? ผมตอบให้ก็ได้ขอรับว่า…ไม่มีทาง ดาวเตะที่จองหองพองขนรวมทั้งผยองอย่าง "อิบรา" ไม่มีทางยอมเป็นลำดับที่สองรองคนไหนกัน – มันจึงคงเหลืออยู่เพียง 2 หนทางเท่านั้น