ความมหัศจรรย์ของ….ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะทะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ อาจเป็นเกมบิ๊กแมตช์ที่แฟนบอลติดตามกันเยอะที่สุดอีกคู่หนึ่งในสัปดาห์นี้
ก่อนแข่งขันเจ้าบ้านอยู่ชั้นที่ 6 มี 21 คะแนนจาก 14 นัด ส่วนสเปอร์สทีมเยี่ยม 27 คะแนน แต้มห่างกัน 6 ก็จริงแต่ทีมยี่ห้อไก่มองดูบนมากกว่าด้านล่าง พวกเขาไล่ตามแมนฯ ซิตี้ 3 แต้ม ถ้าหากเรือใบผิดนัดพบเลสเตอร์ ซิตี้ (ซึ่งฟอร์มแชมป์หายไป) แล้วไก่บุกชนะผี พวกเขายังคงมีความหวังในการร่วมลุ้นแชมป์และก็พื้นที่ ชปล.อยู่ด้วยเหมือนกัน
แต่ทว่า…มันอาจไม่ง่ายอย่างที่คิดกันไว้แน่
สถานการณ์ตอนนี้ผ่านหนึ่งในสามของระยะทางผมคุยกับพี่ บอำเภอบู๋ หัวหน้าเด็กผี ซึ่งคงจะพอเป็นตัวแทนคำตอบได้มากพอเหมาะพอควรเรื่องของกระบวนการเล่นของทีมและก็ฟอร์ม ซึ่งพี่ บอำเภอบู๋ บอกว่า
"เมื่อไรจะปิดฤดูกาลซะครั้งวะ"
หากว่ากระบวนการเล่นในสี่ห้านัดหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำทีมของ โชเซ่ มูรินโญ ผู้ครอบครองสมญานาม "The Special One" จะดีขึ้น แต่ผลแข่งขันยังไม่มา เป็นบอลมีทรงและก็มองเกิดเรื่องราวกว่า (คือมีความสนุกสนานร่าเริง) คุณครูหฝ่าส์ และก็ เดวิส มอยส์ แต่ผลแข่งขันไม่มาตามนัดแถมยังทำสถิติแง่ลบให้สื่อและก็แฟนบอลคู่ปรับนำมาล้ออีก
อย่าง มูรินโญ่ ไทม์…เป็นชอบเสียประตูช่วงท้ายเกม อันแตกต่างจาก "เฟอร์กี้ ไทม์" ที่ได้ประตูท้ายเกมและก็ชอบบีบคั้นผู้ตัดสินหัวข้อการทดเวลาได้ดี
เหมือนงานจะล้ำหน้าแต่ยังไม่ก้าว ยังอยู่กับที่ จนถึงทำให้สื่อก็เอามาล้อเลียนสมญานาม มูรินโญ่ ว่าในตอนนี้เขาเป็น The Special Once….แผลงมาจากสเปนเชียล วัน หรือคนพิเศษ เป็นครั้งหนึ่งเคยพิเศษ
การเจอกับสเปอร์สในเกมนี้สม่ำเสมอจากยูโรปา ลีก เช่นเดียวกันกับ แชมเปี้ยนส์ ลีก ปมที่คาใจบางส่วนในหมู่แฟนผีอย่างเช่นว่า เพราะเหตุใดไม่จัดตัวที่เล่นดีใน ชปล. เมื่อครั้งถล่มเฟเยนูร์ด มาใช้กับพรีเมียร์ลีก มีการสลับตัวแบบโรเตชั่น
เหมือนจะได้โอกาสชุดแรกและก็แนวทางที่พอดีแต่กลับยังไม่สามารถต่อยอดไปข้างหน้าได้อีก
นัดนี้น่าติดตามว่า มูรินโญ่ จะจัดตัวแบบไหน แต่ผมคิดว่าพอมีคำตอบบ้างแล้วว่าเขาจะเลือกใครลงไปในสนาม
ก่อนแข่งขันไม่เคยรู้ว่า มูรินโญ่ กระตุ้นผู้ร่วมทีมเช่นไร…แต่ในยุคเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั้น เขาชอบบอกนักฟุตบอลอยู่เสมอเมื่อจะต้องเจอกับทีมยี่ห้อไก่ว่า Lads,Fun88It"s Tottenham หรือคือ พวกมึง สเปอร์สยังไงจะใครเล่า
ความหมายเป็น…นี่ยังไงทีมที่พวกเราเคี้ยวสบายๆมาตลอด ไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล สบายๆลงไปจัดแจงพวกเขาซะ และก็นักฟุตบอลแมนฯ ยูฯ ยุคเซอร์ อเล็กซ์ ชอบจัดแจงกับสเปอร์สได้ไม่ยาก สถิตินี้คงกระพันชาตรีมาตั้งแต่ปี 1989 เฉพาะที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นยุคเฟอร์กี้นั่นเอง
กระทั่งเสียสถิติในยุค เดวิด มอยส์ เมื่อเดือนกันยายน 2012 และก็ ยุคคุณครูหฝ่าส์ วันปีใหม่ปี 2014 โน่นเป็นชัย 2 ใน26 ครั้งเกมลีกที่โรงแสดงละคร ยิ่งถ้าหากพวกเราย้อนเวลาไปดูตอนก่อนหน้าที่ผ่านมามันเป็นอะไรที่ทรุดโทรมมากมายๆสำหรับแฟนไก่
ตอนปี 2001-2012 พบกัน 22 นัด ผีชนะ 17 เสมอ 5 แล้วโดยภาพรวมตั้งแต่แมื่อลีกเปลี่ยนแปลงชื่อเป็นพรีเมียร์สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นสนามที่สเปอร์สแพ้เยอะที่สุดเป็น 19 ใน 24 เกมตั้งแต่แมื่อปี 1992 เป็นต้นมา
จำนวนนี้ดีขึ้น…ถ้าหากนับเฉพาะ 8 เกมล่าสุดในลีกทั้งเหย้าและก็เยี่ยมเพื่อเป็นกำลังใจให้เด็กไก่ครับผม ผีชนะ 2 เสมอ 3 แพ้สเปอร์ส 3

ตั้งแต่แมื่อหมดยุคหมดสมัยเฟอร์กี้…แมนฯ ยูฯ เริ่มมีปัญหากับการต่อกรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ โดยเฉพาะยุคของ เมาริซิโอ โปเช็ตตำหนิโน่ กระนั้น…สิ่งที่ค้างคาใจโค้ชอาร์เจนตินาคนนี้ คงจะยังเป็น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด สนามที่เขาไม่เคยชนะเลยใน 4 เกมที่มาเยี่ยม
ถึงเวลาแล้วหรือยัง…หรือจะอยู่ในประโยคเด็ดของท่านเซอร์ ซึ่งไม่เคยรู้ว่า มูรินโญ่ ได้ใช้มันกระตุ้นนักฟุตบอลผีหรือเปล่า "พวกเรา…เด็กไก่ สบายๆ"
โน่นอาจไม่น่าสนใจเท่ากับกระบวนการเล่นและก็เพศผู้เล่นของ มูรินโญ่ เพื่อต่อกรกับทีมวัยรุ่น พลังชายหนุ่มที่มีอายุเฉลี่ย 25 ปี 238 วัน ผู้มาเยือน ผมมั่นใจว่านัดนี้ มูรินโญ่ คงจะใช้เพศผู้เล่นที่ชนะ ซอร์สโค้ด 2-0 เป็นแกนด้วยครับ
มีข่าวดีว่า เอริก ไบยี่ คืนสนาม โน่นยิ่งทำให้เกมรับคงจะมองกล้าแกร่งมากขึ้นและก็มีความเชื่อมั่นหัวข้อการเสียประตูหรือมีความผิดพลาดในเกมรับน่าเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น มีความเชื่อมั่นมากขึ้น ถ้าหากได้ไบยี่ซึ่งหายไปตั้งแต่ตุลาคม
ไบยี่มีแมตช์ฟิตเนสหนึ่งเกมแล้ว นัดต่อกรสเปอร์สน่าจะพร้อมครับ ในช่วงเวลาที่การพัก ดาบิด เด แฮ เอ้ย เด เคอา และก็ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล จะก่อให้ทีมพร้อมเพิ่มขึ้นเมื่อรวมกับขุมกำลังที่เล่นไม่เต็มเกมนัดเยี่ยมซอร์คุณย่า
แผน 4-2-3-1 นำโดย ดาบิด เด เคอา คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ เอริก ไบยี่ จะคู่กับ โรโฮ หรือ ฟิล โจนส์ ผมว่าเดายากหน่อยนึงแต่ถ้าหากอยากได้ความสดใหม่ โจนส์ กับ ไบยี่ ก็ไม่แปลก แบ็กซ้ายผมคิดว่าคงจะใช้ ดาร์เมียน ส่วนแบ็กขวาวาเลนเซีย อันนี้อยากได้ความสดใหม่ต่อกรแนวรุกริมเส้นของสเปอร์สพอรู้เรื่องได้
คู่กึ่งกลาง ไมเคิ่ล คาร์ริค กลับมายืนกับ ป็อกบา โดยสามแนวรุก มาร์กซิยาล, รูนี่ย์ และก็ มิคกี้ คงจะยืนต่อไปครับผม ฟอร์มสด (แต่ระวังมูอาจคิดอีกแบบ) หน้าก็ สลาตัน นั่นแหละ…ดูแล้วถ้าหากจะปรับ แนวรุก 1 ตำแหน่ง กองหลัง 2 และก็ กึ่งกลาง 1
ส่วนทางด้านสเปอร์สเองจบแชมเปี้ยนส์ ลีก ปีนี้ด้วยความสิ้นหวังมากมายๆตกรอบแล้วโดนลดชั้นมาเล่นยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีม โปเช็ตตำหนิโน่บอกยังมีปัญหาเรื่องวุฒิภาวะในการเล่นเกมยุโรป ผู้ร่วมทีมยังมีจิตใจไม่กล้าแกร่งมากมายนั
โน่นก็บางทีอาจจะดังการมาเยี่ยมโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ของเขาอีกด้วย
นักฟุตบอลกำลังสำคัญจะพร้อมหน้าพร้อมตาอยู่ครับผม กรุ๊ปที่เล่น ชปล. คงจะยังเป็นแกนอยู่ด้วยเหตุว่า โปเช็ตตำหนิโน่ ใช้ชุดแรกลงไปในสนามเลย แต่อาจมีการปรับหนึ่งหรือสองตำแหน่งจากชุดที่ชนะซีเอสเคเอสมอสโก
โยริส เฝ้าเสา…คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟได้ข่าวดีเป็น อัลเดอร์ไวเรลด์ กลับมายืนคู่กับ แฟร์ต็องเก้น และก็หามสองข้างอย่างเดิม โรส กับ ไคล์ วอล์คเกอร์ คู่กึ่งกลางนี่แหละที่ เอริก ถางเออร์ คงจะสำรองด้วยเหตุว่า เดมเบเล่ กับ วานยาม่า ดำเนินการได้ดี แนวรุก ดื้อรั้น ฮึง มิน, เดลเล อัลลี่ และก็ เอริคสังเวย ส่วนหน้าเป้าเคนนำหน้า
ปัญหาคือความสดใหม่ในทีมชุดแรกที่ 9 คนเล่นกับ ซีเอสเคเอ มอสโก ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ด ของ มูรินโญ่คงจะเปลี่ยนแปลง 5 คน
โอเค…สปีดบอลและก็พลังอาจน้อยลงทั้งคู่ ถ้าหากเป็นเกมอย่างงี้ผมว่าผีได้เปรียบครับ ถ้าหากเกมไม่ออกบอลกันเร็วมาก ด้วยด้วยเหตุว่าใช้พลังไปมากเมื่อกึ่งกลางสัปดาห์ โน่นเป็นทางถนัดของสเปอร์ส ที่เล่นบอลเร็ว ทะลุ
คือจุดแข็งของสเปอร์ส ไม่ได้ถูกใช้ แมนฯ ยูไนเต็ด ของมูรินโญ่จะได้ช่องทำเกมมากขึ้น ง่ายขึ้น
ถ้าหากว่ากันตามรูปเกมผมว่า ใกล้เคียง 50-50 ไม่มีใครเหนือกว่ากันในการเล่นแน่…จะเป็นบางช่วงเวลา แต่มั่นใจว่าใกล้เคียง ออกเบียด ที่ตรงนี้วัดกันที่หัวจิตหัวใจแล้วว่าใครจะมีความเหี้ยมเกรียมหรือมีความเด็ดขาดในจังหวะเข้าทำโน่นเป็นจะไปตัดสินในแดนสุดท้าย ใครเข้าทำได้และก็จบได้เด็ดขาด ตรงนั้นเป็นตัวตัดสิน
เกมและก็แท็กติกการเล่นผมว่าไม่มีความแตกต่างกัน อาจเบียด อาจสู้ ช่วงชิงจังหวะกันสนุกสนาน ไม่มีฝั่งไหนครองบอลนาน จะมีจุดหนึ่งที่ผมอยากตั้งข้อสังเกตเป็นสเปอร์สมักจะแผ่วๆปลายและก็เล่นดีไม่สม่ำเสมอเมื่อพบกับเกมใหญ่

สถานีต่อไปของเฮียหลา?

ถึงท้องนาทีนี้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งหมด 26 ประตู จากการลงเล่นทั้งปวง 41 นัดในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นการถล่มตาข่ายในพรีเมียร์ลีก 15 ประตู
อืมมมมิลลิเมตร..ทำลายตาข่ายเสียจนถึงหมดสิ้นขนาดนี้ จัดว่าจำนวนมากสำหรับกองหน้าที่แก่ 35 ขวบเข้าให้แล้ว
ก่อนเปิดฤดูกาล ดาวยิงวัยแก่ผู้นี้ถูกดูแคลนจากนักวิจารณ์ลูกหนังระดับโปรไลบวงสรวงว่าจะเจอกับความยากแค้นที่สุดในอาชีพกิจการค้าแข้ง เพราะว่าตรงนี้เป็นพรีเมียร์ลีก – สมรภูมิแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วรวมทั้งหนักหน่วงบนอัตราความฮาร์ดคอร์มากที่สุดในเมืองมนุษย์
ช่วงนี้ไม่ว่าใครที่เคยหมิ่นประมาทเขาเอาไว้ดูเหมือนโดนสตั๊ดของ "อิบรา" ยัดปากไปเป็นที่เป็นระเบียบ
ทีนี้ทดลองคิดเล่นๆ(ย้ำว่าคิดเล่นๆครับ) โดยเอาผลจากการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำแต้มหลักๆมาหักปริมาณประตูที่เขายิงได้ในแมตช์นั้นออกไป
ประมาณว่าถ้า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ยิงประตูสำคัญในเกมที่เขายิงได้ ผลจากการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาเป็นยังไงนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) เสมอ สวอนซี 1-1 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1) แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (ยิง 1 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1) เสมอ เวสต์บรอมฯ 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1)
มองเห็นไหมขอรับว่าถ้าพี่แกไม่ยิงหรือยิงมิได้ คะแนนของทีมสีแดงที่แมนเชสเตอร์จะหายวับไปกับตาถึง 10 แต้มเลยทีเดียว!
ส่วนนัดชิง อีเอฟแอล คัพ ที่อดีตกาลดาวยิงทีมชาติประเทศสวีเดนทำผู้เดียว 2 ดอก แม้กระนั้นหากพี่แกยิงมิได้ แมนฯ ยูไนเต้ด ก็จะแพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 1-2 รวมทั้งชวดแชมป์ไปเลยนี่เป็นจุดสำคัญของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เขาเป็นผู้เล่นจำพวกห้ามเจ็บไข้ ห้ามพัก รวมทั้งห้ามถูกลักพาตัวไปไหนเด็ดขาด เพราะว่าเวลาหายไป มิได้ลงสนาม "เด็กผี" จะนึกถึงพี่แกอย่างควรหนัก เฉพาะอย่างยิ่งหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ชนะด้วยล่ะก็ อัตราการนึกถึงจะพุ่งทะยานถึงขั้นทะลักจุดแตก ยกตัวอย่างเกมที่แพ้ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ นัดอย่างไรอย่างไรก็ตาม จุดนี้นับว่าเป็นดาบสองคม เพราะว่าการผูกขาดทำแต้มให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แทบจะคนเดียวบางทีอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่
นับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก "อิบรา" กระหน่ำได้สูงสุดเป็น 15 ประตู รองลงมาเป็น ฆวน มาต้า 6 ประตู, ปอล ป๊อกบา 4 ประตู, เฮนริค มคิทาร์ยาน, อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล รวมทั้งมาร์คัส แรชฟอร์ด 3 ประตู ระหว่างที่ เวย์น รูนี่ย์ พึ่งยิงได้แค่ 2 ประตูเท่านั้นเองดูเหมือน โชเซ่ มูรินโญ่ จะเกรงใจดาวเตะผู้นี้มากมายเสียด้วยครับ
เป็นถ้าไม่เจ็บ-ไม่แบน เขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงโดยอัตโนมัต เว้นเสียแต่บางเกมที่ผู้เป็นนายใหญ่อยากได้ให้พักน่องหรืออยากได้จัดผู้เล่นชุดสองลงสนามบ้างที่สำคัญเป็นถ้าได้ลงตัวจริงแล้ว ไม่เคยถูกสลับตัวออกอีกต่างหาก
ถึงแม้ว่าจะเล่นไม่ดี-ทำฟอร์มตก หรือทำตัวไม่มีประโยชน์ ผู้ครอบครองสมญา "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะไม่มีทางสลับตัวเขาออกมาจากสนาม เหมือนหนึ่งกลัวโดนกระทืบ!
เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ในบ้านตนเอง ดาวเตะที่เพื่อนพ้องร่วมทีมเรียกสั้นๆว่า "เฮียหลา" โชว์ฟอร์มได้แย่สิ้นดีครับ ขนาดสังหารจุดโทษยังโดนเซฟเลย ชาวบ้านก็แลเห็นกันทั้งบางว่าเล่นไม่ได้เรื่อง แม้กระนั้น "มูมู่" กลับปลดปล่อยให้ท่านพี่เขาทำตัวไร้ประโยชน์บนฟลอร์ต้นหญ้าจนถึงครบ 90 นาที โดยเลือกถอดผู้อื่นออกแทนซะอย่างนั้น
เข้าใจว่าทั้งสองคงทำข้อตกลงกันเอาไว้ หรือไม่ก็เพราะว่าความเกรงอกเกรงใจ แม้คำว่า "เกรงใจ" จะไม่ใส่อยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษรวมทั้งพจนานุกรมส่วนตัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ตาม
เป็นไปได้ที่ภายหลังจากหมดสัญญากับ เปแอสเช "อิบรา" บางทีอาจไม่ได้คิดอยากจะขายวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดงตั้งแต่ต้น แม้กระนั้นเป็นเพราะว่าถูกเจ้านายเก่าอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ร้องขอ หรือบางทีอาจเคยมีบุญคุณกันมาก่อน เจ้าตัวเลยยอมเลื้อยก้นมาอยู่ร่วมกันที่โรงแสดงละครที่ความฝัน
โน่นบางทีอาจเป็นเหตุผลที่กล่าวว่าเพราะเหตุใด กุนซือวัย 54 กะรัตถึงเกรงใจผู้ร่วมทีมคนนี้เป็นพิเศษ โดยส่งลงเป็นตัวจริงทุกนัด แถมไม่เคยถูกสลับตัวออก เพื่อเป็นการทดแทนถ้าเป็นลูกก็นับว่าเป็นลูกคนโปรดที่ถูกตามใจจนถึงกลายเป็นนิสัยเลยทีเดียว
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จึงไม่ได้ต่างอะไรจาก "อภิสิทธิ์ชน" ในทีมภูติผีปีศาจสามแง่ง ซึ่งจัดว่าผิดหลักการปกครองอย่างหนัก เนื่องมาจากบางทีอาจทำให้เกิดปัญหาการรู้สึกอกน้อยใจขึ้นในทีม
ในขณะที่ที่จริงแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีมที่มีความเด็ดขาดมากมายครับ เขาไม่มีทางปลดปล่อยให้ผู้ร่วมทีมยิ่งใหญ่กว่าตนเองอย่างแน่นอน ไม่ว่าดาวเตะคนนั้นจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม
กาลครั้งหนึ่งสมัยเป็นกุนซือของ เชลซี – ผู้ครอบครองทีมอย่าง "อาเสี่ยหมี" อุตส่าห์ยัดเยียดสุดยอดดาวยิงค่าตอบแทน 30 ล้านปอนด์อย่าง อังเดร เชฟศาสนาเชนเก๋ มาให้ โดยมีข้อต่อรองว่าจำเป็นต้องส่งลงสนาม แม้กระนั้น "เชว่า" กลับงัดฟอร์มกระฉูดแตกออกมาไม่สำเร็จจนถึงกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวมากพอเป็นเหตุให้ผู้จัดการทีมกับผู้ครอบครองทีมจำเป็นต้องแตกหักกัน
ดาวถล่มตาข่ายของสิงห์บลูส์อย่าง ดิเอเก๋ คอสต้า หรือขาใหญ่ของ เชลซี อย่าง จอห์น เทอร์รี่ ก็ด้วยเหมือนกันที่ไม่เคยได้รับอภิสิทธิ์พิเศษจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ท้ายที่สุดตนเองเลยโดนผู้ร่วมทีมคิดคดทรยศจนถึงโดนถีบกระเด็นตกเก้าอี้ผู้จัดการทีมมาแล้ว
รวมทั้งโดยไม่เว้นแม้กระทั้งผู้ร่วมทีมในขณะนี้อย่าง ฆวน มาต้า ที่เคยถูกลอยแพออกมาจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้จะมาหายใจร่วมกันอีกครั้งในชุดแต่งกายภูติผีปีศาจแดงรวมทั้งท้องนาทีนี้ แม้กระนั้นหากพินิจให้ดี คุณจะพบว่า "เดอะ สเปเชี่ยล ฆวน" เป็นผู้เล่นคนแรกที่ชอบถูก "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" สลับตัวออกเป็นคนแรกอยู่เสมอ
จึงพอจะสรุปได้ว่า "มูมู่" ไม่เคยก้มหัวให้ผู้ร่วมทีมคนไหนกัน เว้นเสียแต่ "พี่หลา" เพียงคนเดียวที่จัดอยู่ในจำพวก "ห้ามแตะ" เป็นกรณีพิเศษ
ผมเข้าใจ โชเซ่ มูรินโญ่ ครับ เข้าใจว่าเฮียแกคงมีบางสิ่งบางอย่างที่ลึกซึ้งแบบสุดหูรูดกับ "อิบรา" โดยที่ชาวบ้านทั่วไปไม่เคยรู้ หรือบางครั้งมันบางทีอาจเป็นข้อแม้พิเศษที่กำหนดเอาไว้ในคำสัญญาที่ทำไว้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นได้ มันบางทีอาจเป็น "ข้อแม้" ที่ทำให้ดาวเตะผู้นี้ยอมขายวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดงอะไรราวๆนั้น
สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือไม่ใช่ทุกนัดที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช บนวัย 35 ขวบจะระเบิดฟอร์มสุดยอดพลางกระแทกตาข่ายได้ตลอด
บ่อยมากที่เขาหวงบอลมากเกินความจำเป็น บ่อยมากที่เขาทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก รวมทั้งบ่อยมากที่ออกอาการรำคาญ หรือชักสีหน้าใส่เพื่อนพ้องร่วมทีมที่ดันเล่นไม่ถูกจิตใจ
เหมือนกันกับบางนัดที่สมต้องเป็นผู้เล่นสำรองบ้าง หรือถูกสลับตัวออกบ้างก็ได้ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันใช้งานอย่างสม่ำเสมอตลอด 90 นาทีในทุกๆนัด
ถึงช่วงนี้ "อิบรา" ยังมิได้ต่อสัญญาใหม่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ครับ แถมฤดูกาลหน้าอายุเขาจะมากขึ้นอีก 1 ปี ซึ่งสำหรับกองหน้าวัย 36 ขวบ ยังไงสภาพร่างกายก็จำเป็นต้องเสื่อมถอยลงไปตามธรรมชาติ จึงไม่มีทางรักษามาตรฐาน หรือเล่นดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอนแค่นี้ยังไม่เพียงพอ
มันยังเดาได้ไม่ยากว่าฤดูกาลหน้ายังไง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องหากองหน้าดาวถล่มประตูตัวใหม่ที่สดกว่ามาเสริมทัพแน่นอน
หากต้องการยืดคำสัญญาออกไปอีก 1 ปี บางครั้ง "เฮียหลา" บางทีอาจจำเป็นต้องเห็นด้วยเรื่องจริงข้อนี้ เหมือนกันกับยอมรับสภาพการดำเนินชีวิตบนม้านั่งสำรองเป็นลำดับที่สองรองจากผู้อื่นปัญหาเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในวันที่แก่ 36 จะยอมรับสภาพการเป็นผู้เล่นสำรองได้หรือเปล่า? ผมตอบให้ก็ได้ขอรับว่า…ไม่มีทาง ดาวเตะที่จองหองพองขนรวมทั้งผยองอย่าง "อิบรา" ไม่มีทางยอมเป็นลำดับที่สองรองคนไหนกัน – มันจึงคงเหลืออยู่เพียง 2 หนทางเท่านั้น