โกปา เดล เรย์ ความล้มเหลวของ เรอัล มาดริด

โกขว้าง เดล เรย์ ความล้มเหลวของ เรอัล มาดริด ?
โกขว้าง เดล เรย์ รอบรองชนะเลิศจับฉลากประกบคู่กันเรียบร้อยแล้ว โดย แอตเลติเตียนโก ไปเจอกับ บาร์ซ่า แล้วก็ เซลต้าW88บีหรูหรา ดวลกับ อลาเบส
ผลออกมาเรียกเสียงซี้ดเช่นนี้ แฟนคลับของทั้ง 4 กลุ่มคงมีหัวข้อพูดคุยกันเป็นที่ครึกโครมอย่างต่ำๆก็จวบจนกระทั่งใกล้จะถึงเกมแรกในวันพุธหน้า ส่วนสมัยก่อนตัวเต็งที่กลายเป็นตัวเกร็งอย่าง เรอัล มาดริด ก็จะต้องมาเสวนากันอีกทีในหัวข้อที่ว่า "ไม่เข้ารอบโกขว้างฯเป็นความล้มเหลวไหม ?"
ด้วยความที่เป็นกลุ่มใหญ่ อุดมด้วยนักฟุตบอลสุดยอด แถมคู่แข่งก็ไม่ได้บิ๊กเนมอะไร แต่ดันแพ้ค้างรังในนัดแรก กระทั่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดหายนะ เลยทำให้มีจำนวนไม่น้อยที่มองว่า มาดริด ล้มเหลว แถมยังถามถัดไปอีกว่า "นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงของกลุ่มในฤดูกาลนี้หรือเปล่า ?"
จากการคุยกัน-สัมภาษณ์สาวกมาดริดิสต้าที่เป็นคนประเทศสเปนแท้ๆหน้าสนามเบร์ท้องนาเบวเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว แต่ละคนก็ออกจะมั่นใจว่ากลุ่มจะคัมแบ็กกลับมาเข้ารอบได้ กระนั้นในช่วงท้ายดูเหมือนจะทุกคนล้วนมองว่า "ถ้าเกิดมันจะไม่เข้ารอบจริงๆก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย"
จริงอยู่ในทุกๆฤดูกาล "แม่ทัพชุดขาว" ตั้งเป้าไว้ที่การได้แชมป์ทุกรายการ แล้วก็ปีนี้ก็ไม่แตกต่างไปจากเดิม มีการตั้งธงไว้ที่ 3 แชมป์ กระนั้นแฟนมาดริดแทบทุกรายต่างก็รู้ดีว่าการจะบรรลุผลสำเร็จถึงขั้นนั้นเป็นเรื่องที่ยากถึงยากมากมายๆกับ 3 รายการหลักที่จะต้องลงแข่งขัน ถ้าว่ามันใกล้จะถึงคราวหลุดหล่นไปก่อนถึงเวลา ก็หวังให้เป็น โกขว้าง เดล เรย์ นี่แหละ
ปฏิกิริยาของแฟนมาดริดแม้จะผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ว่ากล่าวกลุ่มมากมายนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเกมเลกที่สองที่ บาไลดอส เนื่องจากว่ากลุ่มแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ เรียกว่าสู้เต็มที่กระทั่งแฟนคลับเข้าใจ อีกทั้งการเสียประตูแรกก็นับเป็นความโชคร้ายอย่างที่สุด ผลเสมอ 2-2 จึงเป็นอะไรที่กองเชียร์ทุกคนรับได้
หลังไม่เข้ารอบ ซีเนดีน ซีดาน กล่าวว่าไม่ได้รู้สึกผิดหวังเนื่องจากว่าลูกทีมทุกคนเล่นกันดีแล้ว โดยเฉพาะ 35 นาที ซึ่งจังหวะทำเข้าประตูตนเองของ ดานีโล่ นั้นก็โชคร้ายมากๆ
ว่ากันถึงตรงนี้กับคำถามเเรกก็น่าจะเคลียร์แล้วว่า การตกรอบบอลถ้วยหนแรกภายใต้การคุมกลุ่มของ ซีดาน มันไม่ใช่ความล้มเหลว แฟนคลับพอทำใจรับได้แต่กับคำถามที่สองที่ว่า "มันจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนแปลงหรือเปล่าล่ะ ?" อันนี้น่าสนใจ
ลูคัส บาสเกซ แสดงออกซึ่งทัศนคติอันดีว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไปพวกเราจะทุ่มเทตลอดชีพเพื่อถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก แล้วก็ ลา ลีกามุมมองเช่นนี้นับว่าน่ากล่าวสรรเสริญ แล้วก็เชื่อว่าทั้ง ซีดาน แล้วก็นักฟุตบอลทุกๆคนต่างก็มองดูอย่างเดียวกัน ถ้าแต่ก่อนหน้านี้จะต้องสารภาพกันตรงๆว่า มาดริด กำลังอยู่ในตอนที่ไม่ดีนัก
ภายหลังรันยาวไม่แพ้ใครกันแน่ 40 เกม ก่อนที่จะแพ้สองเกมติด ชนะ มาลาก้า อย่างหืดจับจนตราบเท่าไม่เข้ารอบโกขว้างฯ ผลงานตรงนี้สะท้อนให้มีความเห็นว่ากลุ่มกำลังประสบปัญหาอยู่ไม่น้อย
ปัญหาแรกก็เป็นเรื่องของอาการบาดเจ็บ ที่ในช่วงเวลานั้นมีร่วม 7 ราย จุดนี้คงจะเป็นเรื่องยากที่จะควบคุม เนื่องจากว่ามันเป็นเรื่องราวที่ไม่บางทีอาจคาดคะเนล่วงหน้าได้ปัญหาที่สองเป็นภาวะความฟิต เมื่อตัวเจ็บมากมาย ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จำเป็นต้องใช้งานผู้เล่นหน้าเดิมๆลงไปในสนามติดๆกันกระนั้นอีกมุมนึง ก็ถือเป็นการรับรองกึ๋นของผู้เป็นแม่ทัพใหญ่อย่าง ซีดาน ว่าจะเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ที่ยากลำเค็ญนี้เช่นไรเกมกับ เซลต้า ที่ บาไลดอส นั้น เรอัล มาดริด ที่จะต้องสลับตำแหน่งกันยุ่ง แสดงให้เห็นสัญญาณในแง่บวก แล้วก็ลบ

แง่บวกก็คือสปิริตกลุ่มเริ่มกลับมาแล้ว ขณะที่โดนนำ 1-2 พวกเขาเพียรพยายามอย่างหนักเพื่อกลับมาถึงแม้ว่าเวลาใกล้จะหมด จังหวะไม่เข้ารอบเกือบจะ 90%
แต่แง่ลบก็มีเช่นกัน ดังเช่นว่า เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ แสดงให้เห็นเลยว่าเขาไม่เหมาะสมกับตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ ฟอร์มการเล่นในตำแหน่งใหม่ของมิดฟิลด์บราสิมันถือเป็นส่วนนึงที่ทำให้กลุ่มทำไม่ได้ตามเป้า ส่วน ดานีโล่ ก็อย่างที่มองเห็นกันอยู่ว่าเว้นแต่โชคร้ายแล้ว ระดับฝีเท้าของเขายังมุ่งหวังได้ตรากตรำ ดังนั้นถ้าหน้าแข้งตัวหลักในแนวรับยังกลับมาไม่เต็มดูด ซีดาน จะทำเช่นไร ?
การปรับปรุงแก้ไขกลุ่มในเหตุการณ์ฉุกเฉิน ยังนับว่าทำได้แค่ในระดับนึง ไม่ถึงกับดี แต่พอภาพความเป็นนักสู้มันออกมาออกจะแน่ชัด กลุ่มเลยไม่โดนดุด่าอีกปัญหาที่แน่ชัดของ มาดริด ยามนี้ก็คือฟอร์มของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้
แม้เกมกับ เซลต้า บีหรูหรา เจ้าของบัลลงดอร์ 4 สมัยจะซัดฟรีคิกสุดงามได้ แต่ถ้าประเมินที่ฟอร์มโดยรวม นับว่ายังน่าห่วงอยู่
โรนัลโด้ ยังกลับมาเป็นคนเดิมไม่ได้ ซึ่งตราบเท่าที่ยังเป็นเช่นนี้ มาดริด ก็จะตรากตรำ ตรงนี้ก็ถือเป็นอีกโจทย์นึงที่ ซีดาน จำเป็นต้องทำให้ CR7 กลับไปสู่ฟอร์มเดิมให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด
ครับผม อย่างที่บอกไปครับผมว่าแฟนคลับ ไม่ได้กำหนดเป้าหมายไว้สูงนักกับ โกขว้าง เดล เรย์ ซึ่งในห้วงช่วงเวลาเดียวกันซึ่งนี่ก็แปลว่าพวกเขาหวังไว้สูงมากมายกับ ลา ลีกา แล้วก็ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกมันแสดงว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เรอัล มาดริด ไม่เหลือช่องว่างให้กับความบกพร่องแล้ว
กับลา ลีกา เหตุการณ์ยังโอเคอยู่ กลุ่มยังนำเป็นผู้นำฝูง แถมยังแข่งน้อยกว่า 1 นัด ถ้าชนะ เรอัล โซเซียดาด ในสุดสัปดาห์นี้ที่ เบร์ท้องนาเบว ได้ ทุกสิ่งคงจะกลับมาเข้าที่เข้าทางอีกทีแต่ถ้าหากหลุดเสมอหรือพลิกล็อกแพ้ค้างถิ่นขึ้นมา งานนี้บอกได้เต็มปากครับผมว่า "ยับแน่ๆ"
มันบางทีอาจจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลที่ก่อนหน้านี้เคยถูกหวังไว้อย่างงดงามอย่างช่วยไม่ได้ แล้วก็บางทีอาจจะก่อให้เกิดผลเสียไปถึงความเชื่อมั่นที่กลุ่มเพียรพยายามเรียกกลับมา